วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

จอมพล ป.พิบูลสงครามตอบแทนบุญคุณแก่ประเทศฝรั่งเศสหลังสงครามโลกครั้งที่สอง




เมื่อจอมพล ป. พิบูลสงครามประสบผลสำเร็จทางด้านการเมืองอันยิ่งใหญ่ โดยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารของเขาสามารถได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากประเทศมหาอำนาจตะวันตกอันประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และจีนคณะชาติและชาติอื่นๆอีก 7 ชาติแล้ว จอมพล ป. พิบูลสงครามและคณะนายพลผู้กุมอำนาจทางการเมืองของไทยก็ได้ตอบแทนบุญคุณแก่ประเทศต่างๆเหล่านี้

ประเทศแรกที่รัฐบาลรัฐประหารของจอมพล ป.ฯได้ให้สิ่งตอบแทนจากการได้รับการรับรองทางการทูตคือประเทศฝรั่งเศส โดยจอมพล ป.ฯ ได้รักษาคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้แก่อัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กล่าวคือ เมื่อ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 จอมพล ป.ฯได้ยุติปัญหาที่มีความอ่อนไหวเป็นอย่างมากระหว่างประเทศไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสคือปัญหาความขัดแย้งเรื่องดินแดนที่ยังแก้ไขกันไม่ได้มาอย่างยาวนาว 

ในวันดังกล่าว รัฐบาลของจอมพล ป.ฯได้ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ทางประเทศไทยได้ยอมรับคำแนะนำของคณะกรรมการผสมฝรั่งเศส-ไทยเกี่ยวกับดินแดนที่ขัดแย้งกันในลาวและกัมพูชาแล้ว ในแถลงการณ์ดังกล่าว จอมพล ป.ฯ ได้อธิบายว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของประเทศไทยได้ถูกดำเนินการโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความยุติธรรมและว่าเขาได้แจ้งแก่อัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยให้ได้ทราบแล้วว่า ปัญหาของดินแดนในอินโดจีนได้ยุติลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ในการแถลงต่อสื่อมวลชนในกรุงเทพฯ จอมพล ป.ฯ ได้ให้คำอธิบายต่อไปว่า ข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างอังกฤษ-ไทยเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1946 ได้ทำให้ข้อตกลงระหว่างฝรั่งเศสกับไทยที่ลงนามกันที่กรุงโตเกียวเมื่อปี ค.ศ. 1941 เลิกมีผลบังคับโดยอัตโนมัติ ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องคืนดินแดนที่ขัดแย้งกันนั้นให้แก่ฝรั่งเศส และแม้ว่าประเทศไทยจะอุทธรณ์ไปยังสหประชาชาติแล้ว  แต่คณะกรรมการประนอมฯซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้มาพิจาณาเกี่ยวกับปัญหานี้ก็ได้ปฏิเสธที่สนับสนุนข้อเรียกร้องของประเทศไทย ดังนั้นเขาได้พิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันแล้วจึงได้ตัดสินใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในอันที่จะไม่ผลักดันในเรื่องนี้อีกต่อไป

ปรากฏว่าไม่มีปฏิกิริยาจากประชาชนต่อคำประกาศที่มีลักษณะที่ยอมรับความเป็นจริงและเป็นแบบคำประกาศของรัฐบุรุษดังกล่า แต่ก็เป็นที่เข้าใจในหมู่สมาชิกของคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลจอมพล ป.ฯ ว่า ปัญหาในเรื่องดินแดนที่ขัดแย้งกันกับฝรั่งเศสยังไม่ถือว่าเลิกแล้วต่อกันอย่างแท้จริง เพียงแต่ได้นำเข้าเก็บไว้ในลิ้นชักไว้ก่อนจนกว่าถึงโอกาสที่เหมาะสมก็จะนำขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า การยอมรับคำแนะนำของของคณะกรรมารผสมฝรั่งเศส-ไทยนี้ไม่เป็นที่ชื่นชอบของทั้งรัฐบาลและประชาชนไทย ทั้งนี้ได้มีเสียงสะท้อนออกมาจากคนจำนวนไม่น้อยบอกว่า การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลเป็นการลอยแพประชาชนไทยจำนวนนับล้านคนในดินแดนที่คืนให้แก่ฝรั่งเศสซึ่งคนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นทาสของฝรั่งเศสต่อไป และได้มีการพูดถึงความสัมพันธ์ทางด้านชาติพันธุ์และทางด้านวัฒนธรรมของประชาชนตลอดจนความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ตอนที่ฝรั่งเศสยึดดินแดนเหล่านี้ไปจากประเทศไทย แต่ในความรู้สึกของจอมพล ป. เห็นว่า การคืนดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นการสมควรเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ฝรั่งเศสได้ให้การรับรองทางการทูตแก่รัฐบาลของเขา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น