วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รัชกาลที่ 5 กับนโยบายต่างประเทศของไทย



ช่วงเวลา 1 ปีภายหลังจากที่ประเทศไทยได้สูญเสียดินแดนให้แก่ประเทศฝรั่งเศส พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จสวรรคต พระราชโฮรสของพระองค์คือเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ก็ได้เสร็จขึ้นครองสิริราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาในพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 5 

และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เช่นเดียวกับพระราชบิดาคือทรงตระหนักว่าภัยคุกคามต่อเอกราชและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทยคือประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศฝรั่งเศส

แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพยายามดำรงดุลอำนาจระหว่าง 2 มหาอำนาจนี้ แต่พระองค์ทรงมีความรู้สึกเพิ่มมากยิ่งขึ้นว่าประเทศฝรั่งเศสเป็นภัยคุกคามประเทศไทยมากยิ่งกว่าประเทศสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้เพราะในปี ค.ศ. 1883 เวียดนามทั้งประเทศได้ตกเป็นรัฐอารักขาของประเทศฝรั่งเศส นับแต่นั้นเป็นต้นไปนักขยายดินแดนฝรั่งเศสก็ได้มองมาจากทิศตะวันตกและได้เริ่มตั้งทฤษฎีว่าจังหวัดต่างๆของลาวที่อยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำโขงซึ่งเคยเป็นของประเทศเวียดนามก็ควรที่จะนำกลับมาคืนให้แก่ราชอาณาจักรลาว

และประเทศฝรั่งเศสได้นำทฤษฎีนี้ไปสู่การปฏิบัติโดยการใช้เครื่องมือทั้งการทูตและการทางททหารเพื่อบรรลุซึ่งนโยบายขยายดินแดนของตน

ข้างประเทศไทยก็มีทฤษฎีของตนเองเหมือนกัน ว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าของดินแดนต่างๆเหล่านี้นับย้อนหลังไปอย่างน้อยปี ค.ศ. 1866

ในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย ทางผู้กำหนดนโยบายของไทยได้เสนอว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการขององค์การสันนิบาตชาติแต่ทว่าทางรัฐบาลของประเทศฝรั่งเศสไม่ยอมรับข้อเสนอของฝ่ายประเทศไทย 

เมื่อประเทศฝรั่งเศสได้ปฏิเสธข้อเสนอของประเทศไทยเช่นนี้แล้ว ในปี ค.ศ. 1893 ก็ได้ใช้การทูตเรือปืนคือใช้เรือรบชองประเทศฝรั่งเศสบุกเข้ามาจนถึงกรุงเทพฯแล้วยื่นคำขาดให้ฝ่ายประเทศไทยสละการอ้างความเป็นเจ้าของเหนือดินแดนทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขงและเหนือบรรดาเกาะแก่งต่างๆในลำน้ำโขง

แม้ว่าประเทศไทยจะได้ยินยอมตามข้อเรียกร้องของประเทศฝรั่งเศสในทันทีแล่ประเทศฝรั่งเศสก็ยังคงยึดครองจังหวัดจันทบุรีซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมาก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์จะให้ประเทศฝรั่งเศสยุติเข้าครอบครองจังหวัดจันทบุรีจึงได้ทรงลงพระนามในอนุสัญญาปี ค.ศ. 1904 ซึ่งประเทศไทยยอมยกดินแดนทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขงให้แก่ประเทศฝรั่งเศส 

แต่นโยบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเข้าอยู่หัวที่ทรงยอมเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเพิ่มขึ้นไม่สามารถยุดยั้งความต้องการดินแดนเพิ่มขึ้นของประเทศฝรั่งเศสต่อไปได้

ประเทศฝรั่งเศสได้ออกคำสั่งให้กองกำลังของตนย้ายออกจากจังหวัดจันทบุรีไปยึดจังหวัดตราดซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ยิ่งกว่าจังหวัดจันทบุรีเสียอีก 

เพื่อที่จะให้ประเทศฝรั่งเศสยุติเข้ายึดครองจังหวัดตราด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงลงนามในสนธิสัญญาปี ค.ศ. 1907 ยอมยก 2 จังหวัดคือ จังหวัดพระตะบองและจังหวัดเสียมราฐทางด้านประเทศกัมพูขาให้แก่ประเทศฝรั่งเศส

การที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประสบความล้มเหลวที่จะรักษาไว้ซึ่งบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทยครั้งนี้นั้นก็เนื่องจากพระองค์ประสบความล้มเหลวในการนำประเทศสหราชอาณาจักรมาคานอำนาจของประเทศฝรั่งเศส   

ความจริงแล้วพระองค์ได้ทรงขอความช่วยเหลือทั้งทางการทูตและทางการทหารจกประเทศสหราชอาณาจักรแต่ทางประเทศสหราชอาณาจักรพิจารณาเห็นว่าการที่จะช่วยให้ไทยได้ครอบครองดินแดนในประเทศลาวและในประเทศกัมพูชาได้ต่อไปนั้นอาจจะเป็นการสุ่มเสี่ยงทำให้สหราชอาณาจักรต้องทำสงครามกับประเทศฝรั่งเศส

 ในระหว่างที่เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศไทยในครั้งนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสหราชอาณาจักรในหลายโอกาสได้เตือนไทยให้ยินยอมตามข้อเรียกร้องของประเทศฝรั่งเศส

ภายหลังจากวิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญระหว่างประทศไทยกับประเทศฝรั่งเศสได้ยุติลงแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังคงทรงหวังที่ใช้ประเทศสหราชอาณาจักรมาคานและดุลอำนาจกับประเทศฝรั่งเศสอยู่ต่อไป

ทั้งนี้เพราะมีหลักฐานปรากฏชัดว่าพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรกับประเทศสหราชอาณาจักร

โดยเมื่อ ค.ศ. 1909 พระองค์ได้ทรงยกดินแดน 4จังหวัดของประเทศไทยทางมลายาให้แก่ประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวคือ จังหวัดกลันตัน จังหวัดตรังกานู จังหวัดเปอร์ลิส และจังหวัดเคดาห์

นอกจากนั้นแล้ว พระองค์ก็ยังได้ทรงปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตภายในของประเทศไทยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประเทศสหราชอาณาจักร 

 โดยได้ทรงส่งนักเรียนไทยไปศึกษาวิชการชั้นสูงในประเทศสหราชอาณาจักร ทรงนำระบบการศึกษาในโรงเรียนของประเทศสหราชอาณาจักรมาใช้กับระบบการศึกษาของโรงเรียนของประเทศไทย

ในด้านตำราวิชาการการต่างๆพระองค์ก็ทรงรับสั่งให้นำตำราภาษาอังกฤษมาใช้ และภาษาที่ 2 ในโรงเรียนของประเทศไทยก็ได้ทรงรับสั่งให้ใช้ภาษาอังกฤษ

ทางด้านนโยบายทางการเงินการคลังของประเทศไทยและผลประโยชน์ทางการค้าก็ได้เอนเอียงไปทางประเทศสหราชอาณาจักร

จึงไม่เป็นน่าเคลือบแคลงสงสัยเลยว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงใช้ประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศฝรั่งเศสมาคานและดุลอำนาจของกันและกัน ในขณะเดียวกันนั้นพระองค์ก็ทรงมองหาทางเลือกอื่นคือประเทศรัสเซีย ประเทศญี่ปุ่นและประเทศเยอรมนีนำมาคานและดุลอำนาจอีกเช่นเดียวกัน

นโยบายของการคานอำนาจในทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี้ก็ได้ถูกนำมาใช้โดยวิธีการต่างๆ เช่น ที่ได้ทรงนำที่ปรึกษาชาวตะวันตกมาช่วยสร้างความทันสมัยให้แก่ประเทศไทยนั้น  ที่ปรึกษาเหล่านี้ก็ได้ถูกเลือกจากประเทศต่างๆหลายประเทศเพื่อให้มาทำหน้าที่แตกต่างกันทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ที่ปรึกษาจากประเทศใดประเทศหนึ่งอยู่ในฐานะที่จะมีอิทธิพลอย่างล้นเหลือ

การกระจายผลประโยชน์ของประเทศไทยออกไปยังประเทศต่างๆแทนที่จะให้สำคัญแก่ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะนี้สามารถเห็นได้จากการส่งนักเรียนไทยไปศึกษาวิชาการขั้นสูงในต่างประเทศ โดยจะไปในหลายประเทศ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศในยุโรปประเทศใดประเทศหนึ่งมีอำนาจโดดเด่นและครอบงำในกิจการของประเทศไทยได้

การที่ประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศฝรั่งเศสไม่ยอมเผชิญหน้ากันโดยตรงในปัญหาของประเทศไทยนี่เองที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่วยให้ประเทศไทยไม่ต้องตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก  

แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงได้ชื่อว่าได้ทรงช่วยประเทศไทยเอาไว้ได้โดยการใช้ยุทธวิธีนำประเทศฝรั่งเศสและประเทศสหราชอาณาจักรมาคานและดุลอำนาจซึ่งกันและกัน

พระองค์ได้ทรงยอมยกดินแดนของประเทศไทยให้แก่ประเทศสหราชอาณาจักรและแก่ประเทศฝรั่งเศสซึ่งได้ส่งผลให้ทรงสามารถสร้างดุลอำนาจในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจนสามารถดำรงไว้ซึ่งเอกราชของประเทศไทยเอาไว้ได้.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น