วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประเทศไทยกับการเรียกร้องดินแดนคืนจากประเทศฝรั่งเศสและประเทศสหราชอาณาจักร



ลักษณะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของความรู้สึกทางชาตินิยมของไทย คือ ความต้องการที่จะเรียกร้องดินแดนคืนซึ่งในระยะแรกเป็นความรู้สึกของนายทหารเด็กๆในกองทัพบกและในกองทัพเรือเท่านั้น

 การเรียกร้องดินแดนคืนนี้ มี 2 ด้าน คือด้านประเทศฝรั่งเศส และด้านประเทศสหราชอาณาจักร

ด้านที่สำคัญและรุนแรงกว่า คือด้านที่ต้องการได้ดินแดนต่างๆที่ประเทศไทยถูกบังคับจนต้องยอมสูญเสียให้แก่ประเทศฝรั่งเศสในช่วง 50 ปีหรือมากกว่านั้น 
นายทหารเด็กๆเหล่านี้มีความเห็นว่านโยบายต่างประเทศของประเทศฝรั่งเศสต่อประเทศไทยเป็นนโยบายแข็งกร้าวและทะนงตัวมากเกินกว่าที่ไทยจะอดทนได้

คนไทยยังจดจำความโกรธและความขมขื่นใจในเหตุการณ์ในปี ค.ศ. 1893 ที่ประเทศฝรั่งเศสสั่งให้เรือรบบุกเข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงกรุงเทพฯแล้วยื่นคำขาดให้รัฐบาลไทยยกอินแดนให้แก่ประเทศฝรั่งเศสมิฉะนั้นแล้วเรือรบฝรั่งเศสจะใช้ปืนในเรือระดมยิงกรุงเทพฯให้พังพินาศ

ประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความเกลียดชังประเทศฝรั่งเศสขึ้นในหมู่ของคนไทยและความรู้สึกเกลียดชังนี้ก็มีมาอย่างต่อเนื่องและต้องการจะได้ดินแดนทั้งหมดที่เคยสูญเสียไปไม่ว่าจะในครั้งใดคืนจากประเทศฝรั่งเศส

ส่วนอีกด้านคือทางประเทศสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นด้านที่มีความรุนแรงน้อยกว่านั้น  ขบวนการเรียกร้องดินแดนคืนของไทยต้องการดินแดนที่ประเทศไทยได้สูญเสียแก่ประเทศสหราชอาณาจักรตามข้อตกลงในสนธิสัญญาอังกฤษ-สยามปี ค.ศ. 1909  ซึ่งไทยต้องยอมสละอำนาจเหนือ 4 รัฐมลายา คือ รัฐเคดาห์ รัฐเปอร์ลิส รัฐกลันตัน และรัฐตรังกานู 

คำเรียกร้องขอคืนดินแดนที่สูญเสียให้แก่ประเทศสหราชอาณาจักรไม่รุนแรงมากนักเว้นเสียแต่ในหมู่นักชาตินิยมจัดของไทยเท่านั้น ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะ :

เหตุผลข้อที่ 1 ทั้ง 4 รัฐเป็นเพียงหัวเมืองประเทศราชที่ส่งบรรณาการให้แก่ประเทศไทยทุกปี ไมได้เข้ามาอยู่เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของประเทศไทย

เหตุผลข้อที่ 2 ประชาชนที่อยู่ในดินแดน 4 รัฐเหล่านั้นเป็นพวกชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ซึ่งมีความแตกต่างจากชาวไทยพุทธทั้งในด้านเผ่าพันธุ์ ด้านภาษา และด้านศาสนา

เหตุผลข้อที่ 3 การถ่ายโอนอำนาจในปี ค.ศ. 1909 เป็นความยินอมโดยสมัครใจของรัฐบาลไทยในสมัยนั้นที่ต้องการใช้ดินแดนเหล่านี้เพื่อแลกกับการที่ประเทศสหราชอาณายกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในประเทศไทย 
 
เหตุผลข้อที่ 4 นอกจากฝ่ายไทยจะได้อำนาจศาลเกี่ยวกับสิทธินอกอาณาเขตกลับคืนมาแล้ง ทางฝ่ายไทยยังได้เงินกู้จากประเทศสหราชอาณาจักรจำนวน 4,000,000 ปอนด์เพื่อนำมาสร้างทางรถไฟสายใต้

จากเหตุผลทั้ง 4 ข้อดังกล่าวความรู้สึกต้องการได้ดินแดนไทยคืนทางด้านประเทศสหราชอาณาจักรจึงไม่มีความรุนแรงน้อยกว่า

แต่ที่นักชาตินิยมไทยต้องนำเรื่องขอคืนจากประเทศสหราชอาณาจักรมากล่าวอ้างด้วยนั้นก็เพราะต้องการใช้ข้ออ้างนี้ปกปิดข้ออ้างที่สมเหตุสมผลกว่าคือการขอดินแดนคืนจากประเทศฝรั่งเศส

นอกจากนั้นแล้วที่ท่าทีของไทยมีความแตกต่างกันในด้านทั้ง 2 นั้น ก็สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ:

 ประการที่ 1 ประเทศสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทย 2 ด้านคือด้านพม่าและด้านมลายา และประเทศสหราชอาณาจักรเป็นมหาอำนาจที่เกรียงไกรที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประการที่ 2 หนี้สาธารณะของประเทศไทยอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร

ประการที่ 3 เรือสินค้าของอังกฤษขนส่งสินค้าเข้ามายังท่าเรือคลองเตยของประเทศไทยมีจำนวนตันมากเป็นอันดับสอง

ประการที่ 4 ในปี ค.ศ. 1939 จักรวรรดิอังกฤษมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศไทยโดยมีมูลค่าเกือบ 41 เปอร์เซ็นต์ของการค้าต่างประเทศของประเทศไทย

ขบวนการเรียกร้องดินแดนคืนของไทยได้เริ่มปรากฏต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1936 เมื่อกองแผนที่ของกองทัพบกกระทรวงกลาโหมได้ตีพิมพ์ แผนที่พรมแดนโบราณของสยามเมื่อ 150 ปีก่อน ซึ่งแผนที่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจะแสดงให้เห็นถึงดินแดนต่างๆซึ่งทางประเทศไทยได้สูญเสียในโอกาสต่างๆแก่ประเทศฝรั่งเศสและประเทศสหราชอาณาจักรซึ่งรวมทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐฉานและพม่า ดินแดนทั้งหมดของประเทศลาว รวมทั้งพื้นที่อยู่ในลุ่มน้ำตอนบนของแม่น้ำแดงในเวียดนามเหนือและพื้นที่ทั้งหมดของกัมพูชา

แผนที่นี้ได้ถูกตระเตรียมโดยคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาการ  มีจำนวนที่พิมพ์ 10,000 ฉบับ และได้แจกจ่ายไปตามโรงเรียนและสถานที่ราชการต่างๆทั่วประเทศไทย

ในแผนที่ระบุว่ากัมพูชาได้จากประเทศไทยไปเป็นสมบัติของประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1863 และบอกด้วยว่าดินแดนที่ประเทศไทยได้สูญเสียให้แก่ฝรั่งเศสในระหว่าง ค.ศ. 1888 ถึง 1907 มีดินแดนใดบ้าง

สำหรับทางด้านดินแดนของประเทศสหราชอาณาจักรนั้น ในแผนที่ไม่เพียงแต่จะระบุว่าดินแดนที่ประเทศไทยสูญเสียให้แก่ประเทศสหราชอาณาจักรได้แก่ 4 รัฐมลายา คือ รัฐเคดาห์  รัฐเปอร์ลิส รั ฐกลันตัน และรัฐตรังกานู  เท่านั้นแต่ยังได้ระบุว่าดินแดนที่ประเทศไทยสูญเสียไปนั้นรวมไปถึงทะวาย(ที่พม่าได้ไปจากประเทศไทย ในปี ค.ศ. 1797) และปีนังซึ่งรัฐเคดาห์ยกให้แก่ประเทศสหราชอาณาจักรราวปี ค.ศ. 1800

ในช่วงแรกที่มีการเผยแพร่แผนที่ฉบับนี้  ทางประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศฝรั่งเศสได้ทำการประท้วงการตีพิมพ์เผยแพร่

แต่การประท้วงได้รับคำอธิบายจากกระทรวงกลาโหมของไทยว่าวัตถุประสงค์ของการตีพิมพ์แผนที่เพื่อให้การศึกษาแก่คนไทยในเรื่องประวัติศาสตร์ของประเทศของเขาอย่างแท้จริงเท่านั้นเอง

และในที่สุดแผนนี้นี้ก็ได้หายไปแต่ได้กลับมาโผล่ใหม่อีกครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่มีการโฆษณาชวนเชื่อให้เกิดความรู้สึกทางชาตินิยมอย่างรุนแรงและเรียกร้องให้ประเทศฝรั่งเศสคืนดินแดนให้แก่ประเทศไทยภายหลังจากที่ประเทศฝรั่งเศสพ่ายแพ้แก่กองทัพของเยอรมันในทวีปยุโรปในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1940

ด้วยเหตุที่แผนที่ฉบับนี้มีการอ้างว่าดินแดนที่สูญเสียไปนั้นรวมทั้งดินแดนในมลายาทางตอนใต้และในอินโดจีนของฝรั่งเศสทางภาคตะวันออก พันเอกแปลกฯจึงได้ให้คำมั่นสัญญากับเซอร์ โจซายห์ ครอสบี(Sir Josiah Crosby) อัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยหลายครั้งว่า เขาไม่มีความประสงค์จะเรียกร้องดินแดนดินแดนคืนจากประเทศสหราชอาณาจักรในส่วนที่เกี่ยวกับ 4 รัฐมลายา

พันเอกแปลกฯได้บอกกับอัครราชทูตอังกฤษว่าไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับประเทศไทยที่จะให้ความสนใจในดินแดนเหล่านั้นที่มีผู้คนเป็นชาวมาเลย์ซึ่งมีความแตกต่างจากคนไทยทั้งทางด้านศาสนา ด้านภาษาและด้านเผ่าพันธุ์

แต่ในเบื้องลึกจริงๆนั้น เป็นเพราะพันเอกแปลกฯมีความฉลาดพอที่จะไม่เปิดศึกสองด้านกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีอานุภาพอันเกรียงไกลพอๆกัน คือ ประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศฝรั่งเศสในเวลาพร้อมกัน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น