ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นมีมายาวนานนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่
17 และได้ดำเนินมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นกันในช่วงแรก
เริ่มขึ้นด้วยการค้าขายระหว่างกันในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยหมู่เรือสินค้าของญี่ปุ่นที่มีชื่อตราสีแดง
(Red Seal Ships) ติดตามมาด้วยการจัดตั้งหมู่บ้านญี่ปุ่นในดินแดนต่างๆของไทย
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นได้สิ้นลงในช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นดำเนินนโยบายปิดประเทศ
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นได้เริ่มต้นขึ้นมาใหม่อีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่
19 และได้พัฒนามาถึงจุดที่ในปัจจุบัน
ประเทศญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของไทย
ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีความโดดเด่นที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ
ทั้งสองประเทศไม่เคยสูญเสียเอกราชอธิปไตยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นในช่วงสมัยของยุคแผ่จักรวรรดินิยมของชาติตะวันตก
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทย เป็นพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่นชั่วเวลาไม่กี่ชั่วโมง
หลังจากญี่ปุ่นบุกไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1941
ประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่
2 หลังจากที่ได้มีการแลกเปลี่ยนทางการทูตระหว่างกันช่วงก่อนสงครามหลายครั้ง
ประเทศญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือโดยเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศไทย-กับประเทศฝรั่งเศสในความขัดแย้งเรื่องดินแดนในอินโดจีน
จนถึงทหารญี่ปุ่นได้บุกเข้าประเทศไทยเพื่อโจมตีมลายาและพม่าของจักรวรรดิอังกฤษ
ประเทศญี่ปุ่นได้ทำข้อตกลงคำมั่นสัญญาทางวาจาลับกับจอมพล
ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีไทย ว่าทางประเทศไทยจะให้การสนับสนุนประเทศญี่ปุ่นในการโจมตีมลายาและพม่า
แต่ต่อมา จอมพล ป.
พิบูลสงครามก็พลิกลิ้นพร้อมที่จะลืมคำมั่นสัญญาที่ให้แก่ญี่ปุ่นหากสถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลไทยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม
ได้เรียกร้องให้ทั้งประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐอเมริกาให้หลักประกันว่าจะให้ความสนับสนุนประเทศไทยเมื่อถูกประเทศญี่ปุ่นรุกราน
ในวันที่ 8 ธันวาคม
ค.ศ. 1941 การรุกรานของประเทศญี่ปุ่นต่อประเทศไทยก็ได้เริ่มต้นขึ้นในเวลาเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นบุกมลายา
ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกในบริเวณปากน้ำใกล้กรุงเทพฯ พร้อมกับที่ยกพลขึ้นบกที่สงขลาและประจวบนำไปสู่การสู้รบกันกับทหารไทยที่ประจวบคีรีขันธ์
ทหารไทยแต่แรกก็ทำการต่อต้านการบุกของญี่ปุ่น
แต่อีก 5
ชั่วโมงต่อมาหลังจากได้รับคำขาดจากญี่ปุ่นทางรัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ทหารไทยยุติการสู้รบ
ได้มีการลงนามในสนธิสัญญาพันธมิตร (A
Treaty of alliance) ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม
ค.ศ. 1941 และเมื่อถึงวันที่ 25 มกราคม
ค.ศ. 1942 ไทยก็ได้ประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร
เมื่อถึงเดือนมีนาคม ค.ศ. 1944 จอมพล
ป. พิบูลสงคราม
ได้ติดต่อกับกองทัพจีนคณะชาติในมณฑลยูนนานเพื่อจะทำการสู้รบกับญี่ปุ่นที่กำลังจะพ่ายแพ้สงคราม
ผลของการที่ประเทศไทยเป็นมิตรกับประเทศญี่ปุ่นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
นอกจากประเทศไทยจะได้ดินแดนในอินโดจีนคืนจากประเทศฝรั่งเศสทางด้านประเทศลาวและประเทศกัมพูชาแล้ว
ประเทศไทยก็ยังได้ดินแดนคืนจากประเทศสหราชอาณาจักรทางด้านพม่าและทางด้านมลายาอีกด้วย.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น