วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประเทศไทยกับขบวนการรวมคนไทยในแคว้นต่างๆก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง


ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศไทยภายใต้การนำของพันเอกแปลก พิบูลสงคราม(หรือหลวงพิบูลสงคราม) ได้เกิดบวนการทางเผ่าพันธุ์และทางวัฒนธรรมขึ้นมา คือ ขบวนการรวมคนไทยในแคว้นต่างๆ หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Greater Thai Movement หรือ Pan-Thaiism ซึ่งได้พัฒนาขึ้นมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทยจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี ค.ศ. 1932

ขบวนการรวมคนไทยในแคว้นต่างๆนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมดินแดนทั้งหมดที่มีคนที่มีเชื้อสายเผ่าไตพำนักอยู่เข้ารวมกันในราชอาณาจักรไทย 

พื้นที่ส่วนใหญ่ที่จะนำมารวมไว้ในราชอาณาจักรไทยนี้ประกอบด้วยดินแดนลาวที่อยู่ในความอารักขาของอินโดจีนฝรั่งเศส รัฐต่างๆของพม่า พื้นที่ต่างๆของมณฑลยูนนานในประเทศจีน และพื้นที่ในตังเกี๋ยของอินจีนฝรั่งเศส 

แต่เมื่อพิจารณาถึงด้านสุดโต่งในแนวคิดของขบวนการนี้แล้ว พื้นที่จะนำมารวมอยู่ในราชอาณาจักรไทย จะรวมไปถึงแคว้นอัสสัมในบริติซอินเดีย(ของจักรวรรดิอังกฤษ)

 ผู้เป็นต้นความคิดและผู้ให้การสนับสนุนในขบวนการรวมคนไทยในแคว้นต่างๆนี้ ได้แก่ หลวงวิจิตวาทการ(วิจิตร วิจิตรวาทการ, ชื่อเดิม กิมเหลียง วัฒนปฤดา) อธิบดีกรมศิลปากรและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลพันเอกแปลก พิบูลสงคราม

หลวงวิจิตรวาทการได้เป็นผู้ประพันธ์คำร้องและทำนองเพลงปลุกใจ ตื่นเถิดชาวไทย และต้นตระกูลไทย เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังแต่งบทละครอิงประวัติศาสตร์ และเพลงประกอบละครเหล่านั้น ไว้หลายเรื่องและหลายเพลง
ขบวนการรวมคนไทยในแคว้นต่างๆได้เรียกร้องให้คนเผ่าไตที่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆในเอเชียได้เกิดจิตสำนึกในความสามัคคีระหว่างกัน และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในด้านวัฒนธรรมและในด้านความเป็นประชาชาติ

ในปี ค.ศ. 1935 หลวงวิจิตวาทการได้สร้างทฤษฎีของตนเองขึ้นมาว่า:

คนไทยซึ่งเกิดมาจากชาติพันธุ์เดียวกัน พูดภาษาถิ่นต่างกัน แต่มีภาษาแม่เหมือนกัน นับถือศาสนาเดียวกันคือศาสนาพุทธ เป็นพวกที่ถูกบังคับให้อพยพลงมาทางใต้ของประเทศจีนซึ่งเมื่อหลายศตวรรษมาแล้วได้ก่อตั้งราชอาณาจักรของพวกตนขึ้นมา
คนเผ่าไตเหล่านี้ในปัจจุบันได้แก่พวกฉาน พวกลาว และพวกสยาม จำนวนของคนเผ่าไตเหล่านี้ซึ่งเป็นกลุ่มต่างเผ่าพันธุ์หลากหลาย มีจำนวนระหว่าง 20-30 ล้านคน  ในจำนวนนี้ที่เป็นคนสยามมีจำนวนราว 12 ล้าน(ทั้งนี้ไม่รวมคนจีน)

ขบวนการรวมคนไทยในแคว้นต่างๆได้มีลักษณะทางการเมืองและทางทหารซึ่งปรากฏเช่นชัดมากภายหลังจากที่ประเทศฝรั่งเศสได้พ่ายแพ้แก่กองทัพของประเทศเยอรมนีในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1940 และได้บีบประเทศฝรั่งเศสให้คืนดินแดนที่ประเทศไทยเคยสูญเสียในอินโดจีนให้แก่ประเทศไทย

หลวงวิจิตวาทการต้องการให้คนไทยนอกประเทศไทยที่พูดภาษาไตทั่วทุกแห่งในเอเชีย ไม่ว่าจะอยู่การปกครองของประเทศฝรั่งเศส ประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศจีนได้เข้ามาอยู่ในร่มธงของประเทศไทย

หลวงวิจิตรวาทการได้กล่าวถึงความจำเป็นของการรวมคนเผ่าไตเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เพราะหากมารวมอยู่ด้วยกันก็จะทำให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจ และถ้าหากยังอยู่แยกกันก็จะทำให้ประเทศไทยล่มสลายได้

หลวงวิจิตรวาทการบอกด้วยว่าความคิดเห็นของเขาได้มาจากความคิดของพันเอกแปลกฯ นายกรัฐมนตรี  ในการแสดงปาฐกถาแก่อาจารย์และนักศึกษาของกรมยุทธศึกษาทหารบกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1940 โดยหลวงวิจิตรวาทการกล่าวในตอนหนึ่งของปาฐกถาว่า:

สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดนั้นเป็นความจริง เมื่อสงครามในปัจจุบันยุติลงแล้ว จะไม่มีชาติเล็กๆในโลก แต่ทุกชาติจะถูกรวมกันเป็นชาติใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงมีหนทางให้เลือกสำหรับพวกเราอยู่  2 ทาง คือ 

ทางที่ 1 เราต้องเป็นมหาอำนาจ 

ทางที่ 2 เราถูกกลืนโดยมหาอำนาจอื่น 

เมื่อเราสามารถได้ดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมา เราก็มีความหวังว่าจะได้เป็นมหาอำนาจ ทั้งนี้เพราะนอกจากจะทำให้เรามีดินแดนเพิ่มขึ้นและมีประชากรเพิ่มขึ้นแล้วเราก็จะสามารถติดต่อกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคต่างๆคือทางภาคเหนือ ได้แก่ ดินแดนสิบสองจุไทย(ดินแดนที่อยู่ทางเวียดนามตอนเหนือ) ซึ่งมีประชากรที่มีเลือดไทยและเป็นลูกหลานไทยอยู่จำนวน 24 ล้านคน และคนไทยเหล่านี้ล้วนเป็นคนไทยและพูดภาษาไทยทั้งนั้น

จากปาฐกถานี้แสดงให้เห็นว่า หลวงวิจิตรวาทการมีความใฝ่ฝันที่จะสร้าง”จักรวรรดิไทย”ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลโดยมีเนื้อที่:

1.จากประเทศจีนในทางภาคเหนือเรื่อยลงมาทางคาบสมุทรมาเลย์ในทางภาคใต้

2.และพื้นที่จากเวียดนามทางทิศตะวันออกไปจรดถึงพม่าทางทิศตะวันตก

จักรวรรดิไทยดังกล่าวจะถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยการรวมดินแดนส่วนต่างๆในอินโดจีน ของประเทศฝรั่งเศส  ดินแดนในรัฐฉานของประเทศสหราชอาณาจักร และพื้นที่อื่นๆที่อยู่ทางประเทศจีนตอนใต้.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น