ประเทศไทยเคยเป็นที่พักพิงของขบวนการเสรีลาวที่ทำการต่อต้านฝรั่งเศสที่หลังสงครามโลกครั้งสองต้องการกลับคืนมาครอบครองอินโดจีนฝรั่งเศส
ประจวบกับในช่วงนั้นประเทศไทยยังมีเรื่องเกี่ยวกับดินแดนไทยที่ได้มาในช่วงสงครามและต้องยอมคืนให้แก่ฝรั่งเศส
ประเทศไทยจึงได้ดำเนินนโยบายให้การสนับสนุนแก่กลุ่มต่อต้านฝรั่งเศสทั้งที่มาจากเวียดนาม
กัมพูชาและลาว ในตอนนี้จะได้กล่าวถึงประเทศไทยกับขบวนการเสรีลาวก่อน
เจ้าเพชรราช พระอุปราชแห่งอาณาจักรหลวงพระบาง
ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งขบวนการชาตินิยมลาวในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเสร็จสิ้นลงใหม่ๆ
ในปี ค.ศ. 1945
เจ้าเพชรราชได้ประกาศเอกราชจากประเทศฝรั่งเศสและได้ก่อตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลลาวอิสระ(Lao
Issara (Free Lao) Provisional Movement) ในนครเวียงจันทน์โดยมีพระยาคำเม้า วิไล เป็นนายกรัฐมนตรี
การประกาศเอกราชของเจ้าเพชรราชได้รับการต้อนรับจากบรรดาผู้นำไทยเพราะตอนนั้นประเทศไทยต้องการใช้พวกเสรีลาวต่อต้านเจ้ามหาชีวิตกษัตริย์ลาวซึ่งปฏิเสธที่จะให้การรับรองรัฐบาลลาวอิสระ
ทั้งนี้เจ้ามหาชีวิตได้ประกาศว่าอาณาจักรของพระองค์มีอิสระและได้แสดงความต้องการให้มีรัฐอิสระซึ่งจะรวมเอาดินแดนที่ลาวเคยสูญเสียแก่ไทยเมื่อปี
ค.ศ. 1941รวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดเชียงรายตลอดจนจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยทั้งหมด
ทางฝ่ายผู้นำไทยมีความเชื่อว่าความทะเยอทะยานของกษัตริย์ลาวแห่งหลวงพระบางในครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากประเทศฝรั่งเศส
ทางผู้นำไทยได้พิจารณาถึงปัจจัยจีนมาประกอบในการดำเนินนโยบายอินโดจีนของประเทศไทยด้วย
การประกาศเอกราชของเจ้าเพชรราชได้รับการเฉลิมฉลองจากกองทัพจีนคณะชาติที่เข้ามายึดครองลาวในขณะนั้นโดยได้มีการโบกสะบัดธงทั้งของลาวและของจีน
กองทัพจีนให้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยพวกลาวอิสระให้ได้เอกราชจากฝรั่งเศส
ส่วนข้างผู้นำไทยก็มีความวิตกกังวลที่มีทหารจีนเข้ามาอยู่ประชิดพรมแดนไทย
นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มีความเชื่อว่ากองทัพจีนจะไม่ยอมถอนตัวออกไปเมื่อการยึดครองอินโดจีนสิ้นสุดลงแต่จะนำชุดเครื่องแต่งกายทหารออกแล้วสวมขุดของพลเรือนแทน
ความกลัวประเทศจีนของพวกผู้นำไทยมีอยู่จวบจนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์
ค.ศ. 1946 ซึ่งในเดือนนั้นประเทศจีนได้ลงนามในข้อตกลงกับฝรั่งเศสยอมถอนทหารออกอินโดจีนทางภาคเหนือรวมทั้งในลาวด้วย
ความต้องการของประเทศไทยที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลเสรีลาวสอดคล้องกับความต้องการของเจ้าเพชรราช
หลังจากที่ได้ประกาศเอกราชแล้ว เจ้าเพชรราชได้ส่งสาส์นถึงรัฐบาลไทยและได้แจ้งรายชื่อของคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลเสรีลาวให้ทางรัฐบาลไทยได้ทราบด้วย
ซึ่งบุคคลที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีล้วนแต่เป็นพวกที่นายปรีดีฯเคยรู้จักมักคุ้นมาทั้งนั้น
ถึงแม้ว่านายปรีดีฯจะไม่ได้ตอบสาส์นฉบับบั้นอย่างเป็นทางการแต่เขาก็ได้ริเริ่มนโยบายเพื่อนำเจ้าเพชรราชและคณะเสรีลาวให้มาอยู่ข้างเดียวกับประเทศไทย
ผู้แทนของฝ่ายไทยได้ไปร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีของเสรีลาวในวังของเจ้าเพชรราชในนครเวียงจันทน์เมื่อเดือนพฤศจิกายน
ค.ศ. 1945
ทางฝ่ายไทยได้เสนอให้อาวุธยุทโธปกรณ์และเงินแก่พวกคณะชาตินิยมลาวเพื่อช่วยเหลือในโครงการป้องกันมิให้ฝรั่งเศสกลับคืนมาสู่ราชอาณาจักรลาวอีกครั้งหนึ่ง
พวกชาตินิยมลาวในขบวนการเสรีได้ยอมรับความช่วยเหลือจากประเทศไทยก็เพราะด้วยเหตุผลนี้เอง
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว เจ้าเพชรราชเองก็มีความนิยมไทยและต่อต้านเวียดนาม
เพราะเขามีความมั่นใจว่าชาวไทยต้องการเอกราชให้แก่ชาวลาวโดยไม่ต้องการจะผนวกดินแดนลาวเข้าไปอยู่กับประเทศไทย
นอกจากนั้นแล้ว ภายในรัฐบาลเสรีลาวก็ยังมีกลุ่มที่นิยมไทยโดยการนำของท้าวอุ่น
ชนะนิกรซึ่งได้ทำงานอยู่ในประเทศไทยกับพวกเสรีไทยและฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามแปซิฟิก
นอกจากนั้นแล้ว ความสัมพันธ์ไทย-ลาวก็ยังถูกกระชับให้เข้มแข็งด้วยสายใยของสายเลือดและวัฒนธรรมที่มีอยู่ก่อนที่ฝรั่งเศสจะเข้ามาเป็นเจ้าอาณานิคมในอินโดจีน
ในบรรดากลุ่มชาตินิยมต่างๆในอินจีนที่พวกคนไทยได้ติดต่อมีความสัมพันธ์กัน
พวกคนไทยจะชอบชาวลาวมากที่สุด ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะชาวลาวมีลักษณะเหมือนชาวไทย
ประเทศลาวมีพรมแดนติดกับประเทศไทยทางเหนือและทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและชาวไทยที่อยู่ทางส่วนนั้นของประเทศไทยก็ใช้ภาษาลาวเหมือนชาวลาว
การข้ามไปข้ามาระหว่างพรมแดนของประเทศลาวกับประเทศไทยก็ถือเป็นเรื่องง่ายๆและเป็นปกติทั้งนี้เพราะคนไทยเกือบจะทุกคนในทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือล้วนมีญาติในประเทศลาว
ก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงอังกฤษ-ไทยเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.
1946 ทางฝ่ายไทยมีความระแวงว่าประเทศอังกฤษมีแผนลับเกี่ยวกับประเทศไทยและอินโดจีน ดังนั้นทางฝ่ายไทยจึงมีความรู้สึกต่อต้านทั้งประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศฝรั่งเศสไปพร้อมๆกัน
ความร่วมมือระหว่างไทย-ลาวจึงถือว่ามีความจำเป็นหากประเทศอังกฤษไม่ยอมถอนทหารที่เข้ายึดครองออกไปจากประเทศไทย
ถ้อยแถลงหรือประกาศของทางเจ้าหน้าที่ไทยตามพื้นที่ริมแม่น้ำโขงมักจะมีถ้อยคำเช่นดังต่อไปนี้
“ลาวทั้งสองฝั่งของแม่น้ำโขงเป็นพวกเดียวกัน ทำไมพวกอังกฤษถึงมาช่วยเหลือพวกฝรั่งเศส?
จงให้พวกลาวมีกษัตริย์ของตนเอง
และให้ชาวเวียดนามมีประเทศเอกราชของตนเอง เมื่อพวกลาวมีความเข้มแข็งเพียงพอก็จะช่วยกันขับไล่พวกอังกฤษออกไปไปจากประเทศสยาม”
ภายหลังจากที่ได้ลงนามในข้อตกลงอังกฤษ-ไทยแล้ว การโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านอังกฤษก็ได้ลดลงไปมากแต่ความรู้สึกต่อต้านฝรั่งเศสได้เข้ามาแทนที่
ทางฝ่ายไทยได้ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะต่อตานการกลับคืนมาสู่อินโดจีนของประเทศฝรั่งเศสโดยจะไม่ให้ฝรั่งเศสกลับมาสู่ลาวได้ง่ายเหมือนกลับมาสู่ประเทศกัมพูชา
ผู้นำไทยจึงได้ทำงานร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธของรัฐบาลเสรีลาวทั้งในดินแดนที่ไทยเข้าครอบครองครอง(ตรงข้ามพลวงพระบางและปากเซ)
และบนดินแดนไทยตามริมแม่น้ำโขง
นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1946 ภายหลังจากประเทศจีนถอนกำลังยึดครองออกไปและฝรั่งเศสได้กลับเข้ามายังลาวและเข้าสู่เมืองต่างๆ
เช่น เมืองสวันนะเขต เมืองท่าแขก และเมืองเวียงจันทน์
พร้อมด้วยกองกำลังทหารขนาดใหญ่มาก ฝรั่งเศสได้ทิ้งระเบิดเมืองต่างๆเหล่านี้ทางเครื่องบิน
ได้ระดมยิงด้วยปืนใหม่ และได้ใช้ไฟเผาผลาญบ้านเรือนของชาวเวียดนามฝ่ายเวียดมินห์และชาวลาวที่เป็นฝ่ายเสรีลาว
แต่พวกเสรีลาวก็ไม่ย่อท้อได้ใช้ยุทธวิธีสงครามกองโจรตอบโต้เป็นระยะๆ
แต่พอถึงช่วงเดือนเมษายน ค.ศ. 1946
ชาวลาวและชาวเวียดนามบางคนก็เกิดความท้อแท้ บางพวกได้อยู่อย่างสงบ
บางพวกไปเข้ากับพวกฝรั่งเศส แต่สำหรับพวกเสรีลาวและพันธมิตรชาวเวียดนามจากแรงเกลียดชังชาวฝรั่งเศสก็ได้ข้ามพรมแดนหรือข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาลี้ภัยในประเทศไทย
จำนวนคนของพวกเสรีลาวและชาวเวียดนามที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตอนนั้นประมาณการคร่าวๆมีจำนวน
50,000 คน พวกที่ข้ามาเข้ามาอยู่ในประเทศไทยมาจากฟากฝั่งด้านกัมพูชาเรื่อยขึ้นไปตลอดจรดทางภาคเหนือด้านตรงข้ามหลวงพระบางของประเทศลาว
ด้วยเหตุที่ตอนนั้นไทยยังมีเรื่องที่ต้องคืนดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสที่ยังคาราคาซังกันอยู่
ทางฝ่ายไทยซึ่งจงเกลียดจงชังฝรั่งเศสอย่างเข้ากระดูกดำ จึงได้ให้ที่ลี้ภัยแก่คนเหล่านี้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยและได้ให้การสนับสนุนทางด้านการเงิน
ทั้งแก่ชาวลาวของขบวนการเสรีลาวและแก่ชาวเวียดนามของขบวนการเวียดมินห์
ความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยมีทั้งในรูปของยารักษาโรคระบาด ให้สถานที่พักพิง ให้อาหารและให้ทำงานก่อสร้างตามถนนหนทางสายต่างๆ
พวกลี้ภัยทางการเมืองของฝ่ายเสรีลาวและชองฝ่ายเวียดมินห์ไม่ต้องการตั้งถิ่นนำพักอยู่ในประเทศไทยอย่างสงบ
พวกเขายังทำการต่อสู่กับฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ยุทธวิธีกองโจรในแบบ” เอ็งมามุด
เองหยุดข้าแหย่ เองแย่ข้าตี เองหนีข้าตาม”
และเมื่อมีโอกาสพวกคนไทยก็ได้ให้ความช่วยเหลือพวกผู้ลี้ภัยทางการเมืองเท่าที่จะสามารถกระทำได้
แม้ว่าเจ้าหน้าระดับสูงของไทยจะถูกรัฐบาลอังกฤษและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาบีบบังคับให้ออกคำสั่งให้ปลดอาวุธพวกผู้ลี้ภัยเข้ามาอยู่ในประเทศไทยและให้ส่งกลับผู้ลี้ภัยเหล่านี้คืนสู่ลาวอย่าไร
แต่คนไทยก็ไม่ต้องการปลดอาวุธของผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่
พวกเขาจะทำทีเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามพรมแดน
และจากความสัมพันธ์ทางลายเลือดระหว่างไทยกับลาวตลอดจนความรู้สึกต่อต้านฝรั่งเศสที่มีมาอย่างยาวนาน
ก็มีส่วนสำคัญให้คนไทยได้ผสมโรงกับคนลาวร่วมกันโจมตีที่ตั้งกองกำลังของฝรั่งเศสที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง
หลังจากที่ฝรั่งเศสได้โจมตีเข้ามาบนดินแดนไทยในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1946
ผู้นำไทยก็ได้เชิญผู้นำลาวย้ายรัฐบาลเฉพาะกาลลาวอิสระไปอยู่ในกรุงเทพฯ รัฐบาลไทยได้จัดหาบ้านให้พวกลาวอิสระได้เป็นที่พำนัก
เพื่อที่จะแสดงให้ต่างชาติได้เห็นว่าพวกลาวอิสระทุกคนได้มาพำนักอยู่ในกรุงเทพฯหมดแล้วและจึงไม่มีการเคลื่อนไวใดๆที่จะเป็นอันตรายต่อพวกฝรั่งเศส
บ้านไชโยซึ่งตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นกองบัญชาการของรัฐบาลเฉพาะกาลเสรีลาว
ในตอนแรกนั้นพระยาคำเม้า วิไล
อดีตเจ้าเมืองเวียงจันทน์เป็นหัวหน้าของรัฐบาลพลัดถิ่น
แต่ในกาลต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1946 เจ้าเพชรราชได้เป็นหัวหน้ารัฐบาลแทน
เจ้าเพชรราชได้รับการสนับสนุนจากน้องชายต่างมารดา คือ เจ้าสุวัณณภูมา ซึ่งเป็นผู้นิยมฝรั่งเศส
และเจ้าสุภานุวงศ์ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองโจรลาวอิสระ
อีกฝ่ายหนึ่งของลาวอิสระนำโดย ท้าวอุ่น ชนะนิกร ซึ่งเคยทำงานร่วมกันมากับฝ่ายสัมพันธมิตรในการต่อต้านญี่ปุ่นและได้เข้าร่วมกับฝ่ายเสรีไทยในขบวนการลาวเป็นลาวในระหว่างสงครามโลก
ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วพวกผู้นำของรัฐบาลพลัดถิ่นลาวได้ประกาศตนว่าเป็นชาวพุทธในแบบอนุรักษ์นิยมและเป็นพวกสนับสนุนเจ้า
และพวกเขาได้แถลงว่า
พวกเขาจะกำลังสู้รบและจะสู้รบต่อไปจนกว่าฝรั่งเศสจะยอมให้เอกราชแก่ชาวลาว
ในระหว่างที่พำนักอยู่ในกรุงเทพฯ
เจ้าสุวัณภูมาได้ทำงานอยู่กับบริษัทการไฟฟ้าไทยโดยเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิค
ส่วนท้าวอุ่น ชนนิกร ได้ช่วยนายจิม ธอมป์สัน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับโอเอสเอส
(Office of Strategic Services) จัดตั้งบริษัทไหมไทย
ฝ่ายข้างเจ้าเพชรราชก็ได้แต่งงานกับหญิงไทยชื่อหม่อมอภินพร ซึ่งเธอได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของเจ้าเพชรราชเสมือนหนึ่งว่าเป็นเลขานุการส่วนตัวและเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศไปพร้อมๆกัน
ในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองนั้น
เจ้าเพชรราชได้ทำการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อนำไปใช้ปลดปล่อยลาวจากประเทศฝรั่งเศส
เขาได้ใช้วิธีกูยืมเงินจากนักการเมืองไทยเพื่อนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
เช่นกู้เงินจากหลวงเสรีเรืองฤทธิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้จัดการบริษัทไทยนิยมพานิชและเป็นสมาชิกของวุฒิสภาของรัฐสภาไทย
ในทางด้านการทูตนั้น บรรดาผู้นำลาวอิสระโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าสุวัณณภูมา
เจ้าสุภานุวงศ์ และท้าวอุ่น ชนะนิกร
ได้ติดต่อกับนักการทูตอเมริกันในประเทศไทยเพื่อขอให้สหรัฐอเมริกาเป็นคนกลางช่วยเจรจากับฝรั่งเศสให้ยอมให้เอกราชแก่ลาว
แต่ที่การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จนั้น ในทัศนะของผู้นำชาตินิยมมลาวอิสระเห็นว่า ทางฝ่ายสหรัฐอเมริกาไม่ต้องบีบบังคับฝรั่งเศสและไม่ต้องการให้ฝรั่งเศสเสียหน้า
ในทางด้านการทหารนั้น เจ้าเพชรราชได้มอบหมายให้เจ้าสุภานุวงศ์เป็นผู้บัญชาการกองกำลังทหารพลัดถิ่นโดยประสานความร่วมมือกับขบวนการกลุ่มต่อต้านชาวเวียดนามและชาวกัมพูชา
และได้มีข้อตกลงระหว่าง 3 กลุ่มต่อต้านเหล่านี้ว่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของ 3 ประเทศนี้สามารถเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในดินแดนของอีก
2 ประเทศได้
แต่เมื่อเข้าไปอยู่แล้วก็ให้อยู่ภายใต้อำนาจของกลุ่มต่อต้านของประเทศนั้น
พวกเวียดนามเนื่องจากมีผู้คนเป็นจำนวนมากได้ใช้ทุกโอกาสแสดงพลังด้วยการเข้าโจมตีและทำลายฝรั่งเศสทั้งในเวียดนามและในพื้นที่อื่นๆในอินโดจีน
เมื่อใดก็ตามที่พวกเวียดนามสู้รบกับฝรั่งเศสด้วยกองกำลังขนาดใหญ่
ทางฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายลาวก็จะทำการรบกวนกองกำลังของฝรั่งเศสด้วยยุทธวิธีกองโจร
ทั้งเจ้าสุภานุวงศ์และท้าวอุ่น
ชนะนิการได้เดินทางไปเยือนเวียดนามเพื่อวางแผนทำการรุกรบฝรั่งเศสกับด้วยโฮจิมินห์และนายพลเกี๊ยบ
กองกำลังผสมลาว-เวียดมินห์จำนวน 15 กองร้อยได้ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทย
ตลอดปี ค.ศ. 1947 กองกำลังผสมลาว-เวียดมินห์ที่มีฐานอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย
ได้เข้าไปโจมตีฝรั่งเศสทั้งด้วยกองกำลังติดอาวุธและด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ
นับตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1946จวบจนกระทั่งช่วงมีรัฐประหารในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน
ค.ศ. 1947
มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกันมากระหว่างพวกเสรีลาวกับรัฐบาลของนายปรีดี-หลวงธำรงฯ
เยาชนไทยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยการรับรู้ของเจ้าหน้าที่ของกะะทรวงมหาดไทยของไทยได้ถูกส่งไปประเทศจีนเพื่อฝึกกับกองทัพจีนคณะชาติ
วัตถุประสงค์ก็เพื่อใช้พวกที่ฝึกมาจากจีนให้ความช่วยเหลือแก่ขบวนการเสรีลาวตามพรมแดนลาว-ไทย ที่ฝ่ายไทยให้ความสนับสนุนและยินยอมให้พวกลาวอิสระพำนักอยู่ในไทยไม่ใช่เพียงเพราะไทยไม่มีปัญหาในการกลืนชาติผู้ลี้ภัยชาวลาวอิสระซึ่งแตกต่างจากพวกเวียดนามที่พำนักอยู่ในไทย
แต่เป็นพระพวกผู้นำลาวอิสระนับตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 1946
ได้ประกาศเลิกอ้างจะเอาคืนดินแดนลาวที่ไทยได้มาในระหว่างสงคราม
รัฐบาลเฉพาะกาลเสรีลาว เช่นเดียวกับรัฐบาลเฉพาะกาลกัมพูชาอิสระ และคณะผู้แทนเวียดมินห์
ต่างได้รับการรับรองแบบกึ่งทางการจากประเทศไทย.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น