ความรู้สึกต่อต้านฝรั่งเศสและปัญหาในเรื่องดินแดนไทยที่ต้องคืนให้แก่ฝรั่งเศสหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยต้องเป็นพันธมิตรกับชาวเวียดนามซึ่งเคยเป็นคู่แค้นฝั่งหุ่นกันมาตั้งแต่ก่อนจะถึงยุคล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก
ผู้กำหนดนโยบายของไทยได้ให้การสนับสุนอย่างแข็งขันต่อขบวนการต่อต้านฝรั่งเศสของชาวเวียดนามที่เข้ามาหลบภัยในประเทศไทย
และได้ตั้งความหวังอยากให้ฝ่ายเวียดมินห์มีชัยชนะในอินโดจีน เพื่อที่ว่าจะทำให้ดินแดนที่มีปัญหากันอยู่นั้นตกมาเป็นของประเทศไทย
ทั้งชาวไทยและชาวเวียดนามพยายามที่จะลืมความขมขื่นในความสัมพันธ์ระหว่างกันในอดีตเสีย
และได้เริ่มยุคใหม่ด้วยไมตรีจิตเพื่อเป้าหมายร่วมกันคือทำลายล้างการครอบงำของฝรั่งเศสในอินโดจีน
ทางการไทยได้อนุญาตให้ชาวเวียดนามเข้ามาใช้ดินแดนไทยเป็นฐานเพื่อปฏิบัติการทางการเมืองและทางการทหารในการต่อต้านฝรั่งเศส
โดยเฉพาะในจังหวัดพระตะบอง ประชาชนชาวเวียดนามที่มีอยู่เดิมประกอบด้วยชาวประมงเป็นส่วนใหญ่และอาศัยออยู่ตามชายฝั่งของทะเลสาบ
พวกชาวเวียดนามเหล่านี้ได้รับกำลังพลเสริมจากชาวเวียดนามที่เดินทางมาสบทบจากเขตอินโดจีนฝรั่งเศสย่านอื่น
พวกเวียดนามเหล่านี้ได้แก่พวกลี้ภัยทางการเมืองและพวกทำผิดกฎหมายแล้วแล้วหนีออกมาจากโคชิน-ไชนา(เวียดนามใต้)
ซึ่งบางคนเป็นที่ต้องการตัวของเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส
นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีชาวเวียดนามจากกัมพูชาซึ่งภายหลังจากที่ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ปลดนายซัน
ง็อก ทันห์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาแล้ว เป็นพวกข้าราชการที่ตกงาน
พวกเวียดนามประเภทที่ 2 นี้ ได้ทำงานกับพวกเขมรอิสระโดยมีความหวังว่าจะได้งานใหม่เมื่อประเทศกัมพูชาได้เอกราชแล้ว
แม้ว่าชาวกัมพูชาโดยทั่วไปจะมีความเกรงกลัวชาวเวียดนาม
แต่ก็ยังมีชาวเวียดนามจำนวนไม่น้อยที่รับราชการเป็นเจ้าหน้าระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชาก่อนปี
ค.ศ. 1945
ประธานของพรรคเวียดมินห์ในจังหวัดพระตะบอง มีชื่อว่า ทอย ซึ่งทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในท้องถิ่นนั้น
พรรคเวียดมินห์ได้ทำการติดต่อกับรัฐบาลเวียดมินห์ในกรุงฮานอยและบางครั้งก็จะทำการโจมตีเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสในกัมพูชา
จากช่วงเวลาเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1945
กองกำลังติดอาวุธชาวเวียดนามหลายร้อยคนในจังหวัดพระตะบอง ได้ลาดตระเวนตามแนวพรมแดนกัมพูชา-ไทยเพื่อสกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสข้ามพรมแดนเข้ามาในไทย
พวกผู้นำทางการเมืองชาวเวียดนามเหล่านี้และทหารหนีทัพชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งได้พบปะกันเป็นครั้งคราวที่จังวัดพระตะบองโดยความเป็นใจของเจ้าหน้าที่ทางการของไทย
เพื่อมาสร้างกระแสต่อต้านฝรั่งเศสและกระแสต่อต้านชาวกัมพูชาที่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส
มีการรับบริจาคเงินจากชาวเวียดนามเพื่อนำไปสนับสนุนชาวเวียดนามฝ่ายเวียดมินห์และนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
ข้างฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทยก็ไม่ได้ขัดขวางมิให้ชาวเวียดนามรับเงินบริจาคเพราะว่าชาวเวียดนามเหล่านี้มีประโยชน์ได้ช่วยไทยลาดตระเวนตามพรมแดน
เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสก็ได้แต่ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ทหารอังกฤษที่เข้ามาปลดอาวุธของทหารญี่ปุ่นในจังหวัดพระตะบองได้ช่วยเตือนฝ่ายไทยว่าการกระทำของไทยแบบสมรู้ร่วมคิดกับชาวเวียดนามจะส่งผลร้ายแรงแก่ฝ่ายไทยได้
ถึงแม้ว่าทางฝ่ายเจ้าหน้าฝรั่งเศสจะข่มขู่ฝ่ายไทยว่าจะใช้กำลังอาวุธขับไล่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยออกไปจากดินแดนที่ฝ่ายไทยยึดครองอยู่นั้น
แต่พวกผู้นำไทยในพระตะบองก็ไม่ยอมเชื่อฟัง
พวกเขายังคงให้การสนับสนุนทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และให้การอุปกรณ์การฝึกอบรมเพื่อฝึกยุทธวิธีการรบแบบกองโจรให้แก่กลุ่มต่อต้านชาวเวียดนามตลอดช่วงก่อนที่จะมีบรรลุข้อตกลงฝรั่งเศส-ไทยในเดือนพฤศจิกายน
ค.ศ. 1946
ชาวเวียดนามที่ต่อต้านฝรั่งเศสมิได้ทำงานอย่างกระฉับกระเฉงแต่เพียงในจังหวัดพระตะบองเท่านั้นแต่ยังทำงานอย่างกระฉับกระเฉงและอย่างหามรุ่งหามค่ำอยู่ในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยด้วย
ซึ่งที่ประเทศไทยทางภาคนี้มีประชาชนชาวเวียดนามได้พำนักอยู่ที่นั่นนานมาแล้วมีจำนวนมากถึง
20,000 คน
ประชาชนชาวเวียดนามที่พำนักอยู่ในประเทศไทยนานมาแล้วเหล่านี้ได้ถูกสมทบด้วยประชาชนชาวเวียดนามที่ทะลักเข้าไปใหม่จากลาวในต้นปี
ค.ศ. 1946
พวกตัวแทนของเวียดมินห์นำโดย ดร.เหงียน ดึก กี
ได้ใช้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เป็นแหล่งหาเงินเข้ากองทุน ตลอดจนการส่งกำลังบำรุงและการระดมคน
พวกชาวเวียดนามทางด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เช่นเดียวกับพวกเวียดนามทางด้านกัมพูชา
คือได้ร่วมมือกับพวกลาวอิสระและกองกำลังตำรวจไทยทำการสกัดกั้นไม่ให้กองกำลังฝรั่งเศสกลับเข้ามาในลาวอย่างง่ายดาย
ศูนย์บัญชาการของกลุ่มต่อต้านชาวเวียดมินห์ซึ่งมี ดร.เหงียน ดึก กี
เป็นประธาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี
ภายหลังจากที่ฝรั่งเศสได้โจมตีดินแดนไทยในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1946
พวกผู้นำทางการเมืองของคณะเวียดมินห์ก็ถูกเชิญให้ย้ายศูนย์บัญชาการไปที่กรุงเทพฯแต่ทว่ากองกำลังติดอาวุธของพวกเขายังคงทำการโจมตีฐานที่มั่นทางทหารของฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงอยู่ต่อไป
ในบรรดากลุ่มชาตินิยมที่ต่อต้านฝรั่งเศสในอินโดจีน ขบวนการเวียดมินห์ของชาวเวียดนามมีการจัดตั้งที่ดีที่สุด
ในกรุงเทพฯ ตัวแทนของเวียดมินห์มีองค์การทางการเมืองหลากหลายชนิด ศูนย์บัญชาการของเวียดมินห์ตั้งอยู่ที่ซอยหลังสวน
อันเป็นหนึ่งในย่านที่มีชุมชนชาวเวียดนามอาศัยอยู่มาก ทั้งนี้โดยมี ดร.เหงียน ดึก
กี และนายเลอ วัน นำ เป็นประธานและรองประธานตามลำดับ
นอกจากนั้นแล้ว สันนิบาตเวียดมิห์ก็ยังได้จัดตั้งคณะผู้แทนรัฐบาลเวียดนามเพื่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นอีกคณะหนึ่งโดยมีนายตรัน
วัน เกียว เป็นประธาน
ยิ่งไปกว่านั้นอีก ตัวแทนของสันนิบาตเวียดมินห์ได้จัดตั้งสมาคมบรรเทาทุกข์เวียดนามที่ถนนนเรศ
สี่พระยา และตั้งศูนย์บัญชาการสำหรับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นมาอีก 1 ศูนย์
ในขณะนั้นกรุงเทพได้กลายเป็นศูนย์กลางการประสานงานเพื่อค้าอาวุธในอินโดจีน ในขณะที่กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ก็เป็นศูนย์กลางจำหน่ายจ่ายแจกอาวุธให้แก่ทั้งอินโดจีนและพื้นที่ที่มีการสู้รบอื่นๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เครื่องบินน้ำและเรือยนต์เร็วสามารถบรรทุกอาวุธไปส่งตามตามชายฝั่งทะเลของไทยที่ไม่มีการรักษาการณ์หรือควบคุมโดยรัฐบาลไทย
เพราะฉะนั้นจึงมีอาวุธจากประเทศไทยทะลักเข้าไปในลาวและกัมพูชาเพื่อสนับสนุนกองกำลังของเวียดมินห์และกองกำลังชาตินิยมของกัมพูชาและของลาว
อาวุธต่างๆที่ค้ากันมีทั้งปืนอัตโนมัติ ปืนยาว ปืนสั้น
และระเบิดมือ
มีการจ่ายเงินกันในรูปของเงินเพียสของอินโดจีน ซึ่งรวมกันแล้วตกเดือนละประมาณ
15 ถึง 25 ล้านเพียส
อาวุธทั้งหมดผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้ถูกนำเข้ามาโดยเครื่องบินอเมริกันและเครื่องบินก็ขับโดยนักบินชาวอเมริกัน
เวียดมินห์ได้ดำเนินจัดตั้งสำนักงานซื้ออาวุธและยุทธปัจจัยต่างๆของสหัฐฯอย่างเปิดเผยในกรุงเทพฯโดยสำนักงานตั้งอยู่ภายในอาคารหลังหนึ่งของสำนักงานบริการข่าวสารของสหรัฐฯ
ประเทศไทยนอกจากจะ”โอนุญาตให้มีการซื้อขายอาวุธกันอย่างเปิดเผยแล้ว
ยังได้อนุญาตให้เวียดมินห์เปิดสำนักงานบริการข่าวสารเวียดนามในกรุงฌทพฯ
มีวารสารข่าวเวียดนามรายสัปดาห์ชื่อ Vietnam News Bulletin ถูกตีพิมพ์โดยมีนายลี
ฮีเป็นบรรณาธิการ
วารสารข่าวรายเดือนเล่มนี้นอกจากจะเป็นกระบอกเสียงให้แก่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามของโฮจิมินห์แล้ว
ก็ยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมคอมมิวนิสต์เวียดนามในประเทศไทยด้วย
คนที่รับผิดชอบในกิจกรรมคอมมิวนิสต์เหล่านี้คือนายตรัน วัน เกียว
ซึ่งได้ประกาศตัซว่าเป็นคอมมิวนิสต์ในที่สาธาณะทั่วไป
กล่าวโดยทั่วไปได้ว่า
พวกผู้นำพลเรือนของไทยในสมัยนั้นมีความต้องการให้ที่พักพิงและให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มต่อต้านฝรั่งเศสในอินโดจีนแม้จะคิดว่าพวกนี้บางกลุ่มยึดหลักการของคอมมิวนิสต์
การที่นักการเมืองพลเรือนของไทยต้องการให้การสนับสนุนแก่กลุ่มต่อต้านต่างๆเช่นนี้
ประการแรกก็เนื่องจากคนไทยมีนิสัยต่อต้านฝรั่งเศสมาโดยสันดาน
เพราะเห็นว่าฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจที่มีอันตรายและเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ที่ฝรั่งเศสได้เข้ามาควบคุมอินโดจีน
และประการที่ 2 ก็เนื่องมาจากประเทศไทยมียุทธวิธีที่จะนำกองกำลังต่อต้านจากอินจีนเหล่านี้มาคานอำนาจของฝรั่งเศสนั่นเอง
จากการที่ประเทศให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มต่อต้านเหล่านี้ จึงได้ส่งผลให้ผลประโยชน์ทางด้านยุทธศาสตร์ของไทยมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในการท้าทายสิทธิที่จะปกครองของฝรั่งเศสในอินโดจีน.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น